EPC คืออะไร รับเหมาก่อสร้าง ครบวงจร มาตรฐานสากล
- 15 พ.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 25 มิ.ย.
EPC โมเดลการจ้างผู้รับเหมาเพียงรายเดียว ให้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่เริ่มออกแบบทางวิศวกรรม จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งมอบกุญแจ โดยที่เจ้าของธุรกิจ ไม่ต้องเสียเวลาแยกจ้าง และประสานงานกับหลายบริษัทให้ปวดหัว ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรง มีความผันผวนสูงมาก การใช้ระบบ EPC จาก AESCON จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริหารด้วยสัญญาแบบราคาเหมาจ่ายคงที่ ช่วยล็อคงบประมาณไม่ให้บานปลาย และเร่งสปีดการส่งมอบงานให้เร็วที่สุด เพื่อให้โครงการโรงงาน คลังสินค้า หรือระบบพลังงานสะอาดอย่างโซล่าเซลล์ของคุณ สามารถเปิดดำเนินกิจการ และสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาได้ทันที ตามแผนธุรกิจที่วางไว้

EPC (Engineering, Procurement and Construction) คืออะไร ?
ระบบรับเหมาก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ ที่ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ทำงานประสานกัน ไร้รอยต่อดังนี้
E ย่อมากจาก Engineering (งานวิศวกรรม) : สำรวจพื้นที่ ออกแบบแปลน 3D และคำนวณโครงสร้างทางวิศวกรรมทั้งหมด เพื่อล็อคงบประมาณ และจัดการข้อกฎหมายควบคุมอาคารล่วงหน้า
P ย่อมาจาก Procurement (งานจัดซื้อจัดจ้าง) : จัดหาคัดเลือกซัพพลายเออร์ ซื้อวัสดุโครงสร้าง และเครื่องจักรตามสเปควิศวกรรม พร้อมบริหารระบบโลจิสติกส์เข้าหน้างานตามกำหนดเวลา
C ย่อมาจาก Construction (งานก่อสร้าง) : ควบคุมงานก่อสร้างหน้างาน ติดตั้งระบบวิศวกรรม เช่น ไฟฟ้า ประปา ดับเพลิง และทำการทดสอบระบบทั้งหมดให้พร้อมใช้งาน ก่อนส่งมอบจริง
ขอบเขตหน้าที่ EPC ในแต่ละกระบวนการทำอะไรบ้าง ?
เพื่อความชัดเจนในการบริหารงาน ขอบเขตความรับผิดชอบทั้งหมด จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน งานหลักที่ผู้รับเหมาต้องจัดการแทนเจ้าของธุรกิจทั้งหมดดังนี้
งานดีไซน์และข้อกฎหมาย (Engineering) : จัดทำแบบสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมโครงสร้างเชิงลึก คำนวณสเปคความปลอดภัย พร้อมรับผิดชอบการดำเนินงาน ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคารทั้งหมดแทนเจ้าของธุรกิจ
งานจัดซื้อและควบคุมราคาสัญญา (Procurement) : ดำเนินการคัดสรร และจัดซื้อวัสดุโครงสร้างหลัก รวมถึงเครื่องจักรทั้งหมดให้ตรงตามมาตรฐานวิศวกรรม ควบคู่กับการควบคุมราคาสัญญาคงที่ เพื่อตัดปัญหาค่าใช้จ่ายงบบานปลาย
งานก่อสร้างและทดสอบระบบ (Construction) : บริหารจัดการหน้างานก่อสร้าง ติดตั้งงานระบบวิศวกรรมภายในทั้งหมด เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบดับเพลิง พร้อมทำการทดสอบระบบจนสมบูรณ์ ก่อนส่งมอบกุญแจพร้อมใช้งาน
ข้อดีของสัญญา EPC ?
รับผิดชอบจุดเดียว : เจ้าของธุรกิจ ไม่ต้องประสานงานหลายฝ่าย หากเกิดข้อผิดพลาด หรือความล่าช้า ผู้รับเหมา EPC จะรับผิดชอบทั้งหมด 100% ตัดปัญหาการโยนความผิดระหว่างคนออกแบบ และช่างก่อสร้าง
ล็อคต้นทุนคงที่ : ใช้สัญญาราคาเหมาจ่ายคงที่ ป้องกันปัญหางบบานปลายจากราคาวัสดุ และค่าแรง ที่ผันผวนในตลาด ช่วยให้คำนวณจุดคุ้มทุนได้อย่างแม่นยำ
การันตีเวลาส่งมอบ : บริหารงานออกแบบ และงานก่อสร้างควบคู่กันได้ ช่วยตัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ส่งมอบอาคารได้เร็วขึ้น เพื่อให้โครงการพร้อมเปิดดำเนินกิจการได้ทันตามกำหนดเวลา
โอนย้ายความเสี่ยง : ความเสี่ยงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิควิศวกรรม ความล่าช้าหน้างาน หรือค่าใช้จ่ายที่งอกเงย จะถูกโอนไปอยู่ในการดูแลของผู้รับเหมาทั้งหมด ช่วยลดความกังวลให้เจ้าของโครงการ
ความแตกต่างระหว่างสัญญา EPC กับสัญญาก่อสร้างทั่วไป
หัวข้อเปรียบเทียบ | สัญญา EPC | ระบบสัญญาก่อสร้างทั่วไป |
1. การจ้างงาน และการประสานงาน | จ้างผู้รับเหมา EPC รายเดียวเบ็ดเสร็จ รับผิดชอบทั้งงานออกแบบวิศวกรรมและก่อสร้างทั้งหมด เจ้าของโครงการไม่ต้องรับบทคนกลางประสานงานหรือเคลียร์ปัญหาขัดแย้ง | แยกจ้างหลายคู่สัญญา ต้องจ้างบริษัทออกแบบให้เสร็จก่อน แล้วจึงเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อย เจ้าของธุรกิจต้องประสานงานเองทุกฝ่าย |
2. การควบคุมงบประมาณ และต้นทุน | สัญญาราคาเหมาจ่ายคงที่ (Lump Sum) ล็อกงบประมาณตั้งแต่แรก ผู้รับเหมาแบกรับความเสี่ยงราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงผันผวน ตัดปัญหางบประมาณบานปลาย | งบประมาณเสี่ยงบานปลายสูง มีโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายแฝงจากแบบแปลนผิดพลาด เจ้าของโครงการต้องจ่ายส่วนต่างผ่านงานเพิ่มลด (VO) ตลอดโครงการ |
3. ระยะเวลา และการส่งมอบงาน | บริหารงานคู่ขนาน (Fast-Track Construction) ออกแบบโครงสร้างและลงพื้นที่ก่อสร้างได้พร้อมกัน ช่วยเร่งสปีดโครงการให้เสร็จไว เปิดกิจการและคืนทุนเร็วขึ้น | ทำงานตามลำดับเส้นตรง ต้องรอให้งานออกแบบและกำหนดสเปกวัสดุเสร็จ 100% ถึงจะเริ่มขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างได้ ทำให้ภาพรวมโครงการล่าช้ากว่า |
4 กลุ่มธุรกิจที่เหมาะกับการใช้ระบบสัญญาก่อสร้างแบบ EPC
อุตสาหกรรมพลังงาน และปิโตรเคมี : โรงไฟฟ้า หรือโรงกลั่นขนาดใหญ่ ที่มีระบบวิศวกรรมซับซ้อนสูง ผสานระบบไฟฟ้าแรงสูง เครื่องกล และระบบอัตโนมัติ การจ้าง EPC รายเดียว จะช่วยลดความเสี่ยงด้านเทคนิค และควบคุมความปลอดภัยได้สูงสุด
พลังงานสะอาด และโซล่าเซลล์ : โครงการ Solar Farm หรือ Solar Rooftop ที่ผูกติดกับกรอบเวลา การใช้ระบบ EPC Solar จะช่วยเร่งสปีดการติดตั้ง และทดสอบระบบ เพื่อให้สามารถเปิดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้กลับคืนมาได้เร็วที่สุด
โรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าอัจฉริยะ : ฐานการผลิต และคลังสินค้าอัตโนมัติ ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์ หรือโลจิสติกส์ขั้นสูง ซึ่งจำเป็นต้องผสานงานโครงสร้างอาคาร เข้ากับสเปคเครื่องจักรเฉพาะทางอย่างแม่นยำ
เมกะโปรเจกต์ และโครงสร้างพื้นฐาน : ระบบขนส่ง ท่าเรือ หรือระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ที่ต้องการความแม่นยำด้านงบประมาณ เพื่อยื่นขอสินเชื่อโครงการ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ ที่ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงผันผวนสูง ระบบ EPC จาก AESCON คือ โซลูชันที่เข้ามาตอบโจทย์ด้วยสัญญาราคาเหมาจ่ายคงที่ ช่วยล็อคต้นทุนการผลิต ลดความซับซ้อนในการประสานงาน และโอนย้ายความเสี่ยงทั้งหมด มาไว้ที่ผู้รับเหมาเพียงรายเดียว เพื่อการันตีว่าโครงการโรงงาน คลังสินค้า หรือระบบพลังงานสะอาดของคุณ จะเสร็จสมบูรณ์ตรงเวลา และพร้อมสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ทันที ตามแผนงานที่วางไว้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรูปแบบสัญญา EPC
Q : สัญญาราคาเหมาจ่ายคงที่ของโมเดล EPC ล็อคงบได้จริงไหม ?
A : ล็อคได้จริง 100% ผู้รับเหมาจะเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงเรื่องราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าแรง ที่ผันผวนในตลาดทั้งหมด เจ้าของโครงการจะจ่ายตามยอด ที่ระบุในสัญญาเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่มีการสั่งแก้ไขแบบ เพื่อเพิ่มเนื้องานเองในภายหลัง
Q : เจ้าของโครงการมีสิทธิเลือกแบรนด์วัสดุ หรือเครื่องจักรเองได้ไหม ?
A : ได้แน่นอน โดยเจ้าของโครงการต้องระบุแบรนด์ สเปค หรือเกรดของวัสดุอุปกรณ์ ที่ต้องการลงในตารางอนุมัติวัสดุให้ชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญา ก่อนที่ผู้รับเหมาจะเริ่มดำเนินงานในส่วนของงานวิศวกรรม และจัดซื้อ
Q : รูปแบบสัญญา EPC เหมาะกับโครงการก่อสร้างประเภทใดมากที่สุด ?
A : เหมาะกับโครงการที่เน้นงานระบบวิศวกรรมซับซ้อน และผูกติดกับเวลา เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าอัจฉริยะ และระบบโซล่าเซลล์ ไม่เหมาะกับอาคารพาณิชย์ หรือบ้านพักอาศัยทั่วไป เนื่องจากไม่คุ้มค่าต้นทุนในการบริหารจัดการ
Q : สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสัญญารับเหมาแบบ EPC คืออะไร ?
A : เจ้าของโครงการต้องเคลียร์โจทย์ และความต้องการของธุรกิจให้จบตั้งแต่ช่วงวางแผน ก่อนเซ็นสัญญา เพราะหากมีการสั่งแก้งาน หรือเปลี่ยนใจระหว่างการก่อสร้าง จะมีขั้นตอนการอนุมัติงานเพิ่ม และอาจจะส่งผลกระทบต่อแผนงานโดยรวมได้
Q : การจัดจ้างแบบ EPC ช่วยให้โครงการเสร็จเร็วกว่าปกติได้อย่างไร ?
A : เนื่องจากใช้การบริหารงานแบบคู่ขนาน ทีมช่างสามารถลงพื้นที่เตรียมหน้างาน และตอกเสาเข็มส่วนแรกได้ทันที ในขณะที่ทีมวิศวกรกำลังสรุปแบบโครงสร้างเชิงลึกในส่วนถัดไป โดยไม่ต้องรอให้แบบแปลนทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ เหมือนระบบทั่วไป






