top of page

เทิร์นคีย์ Turnkey คืออะไร ข้อดีสัญญาจ้างเบ็ดเสร็จ

  • 22 พ.ค.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 30 มิ.ย.

การก่อสร้างโรงงาน คลังสินค้า หรืออาคารพาณิชย์ในประเทศไทยปัจจุบัน ต้องแข่งขันกับข้อจำกัดด้านเวลา และต้นทุนวัสดุที่ผันผวน การรับเหมาก่อสร้างรูปแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) จึงเป็นโซลูชันเบ็ดเสร็จ ที่ผู้รับเหมาจะรับผิดชอบควบรวม ตั้งแต่การออกแบบวิศวกรรม ยื่นขอใบอนุญาตควบคุมอาคาร จัดซื้อวัสดุ ไปจนถึงงานก่อสร้างหน้างานทั้งหมด แทนเจ้าของโครงการ โมเดลสัญญาเทิร์นคีย์นี้ ช่วยล็อคงบประมาณคงที่ เพื่อป้องกันงบบานปลาย ตัดความซับซ้อนในการประสานงาน กับซัพพลายเออร์หลายราย และโอนย้ายความเสี่ยงมาที่ผู้รับเหมาโดยตรง เพื่อให้อาคารเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดดำเนินกิจการได้ทันที ในวันที่ส่งมอบกุญแจ


ขอบเขตความรับผิดชอบ และจุดเด่นของโมเดล Turnkey

ขอบเขตความรับผิดชอบ และจุดเด่นของโมเดล Turnkey

ภายใต้สัญญาเทิร์นคีย์ ผู้รับเหมาหลักจะทำหน้าที่บริหารโครงการเบ็ดเสร็จเพียงรายเดียว ครอบคลุมตั้งแต่งานออกแบบสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานตกแต่งภายใน การควบคุมงบประมาณ ไปจนถึงการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด การบริหารงานในรูปแบบนี้ ช่วยตัดปัญหาความขัดแย้งระหว่างทีมออกแบบ กับทีมช่างก่อสร้าง ลดภาระการประสานงานของเจ้าของโครงการ และสามารถควบคุมต้นทุนทุกขั้นตอนให้คงที่ตามสัญญา เพื่อส่งมอบสิ่งปลูกสร้าง ที่พร้อมสำหรับดำเนินธุรกิจได้ทันที


7 ขั้นตอนการทำงานรูปแบบสัญญาเทิร์นคีย์ (Turnkey) สำหรับองค์กร

กระบวนการทำงาน ตั้งแต่เริ่มวางแผนจนถึงส่งมอบโครงการเสร็จสมบูรณ์

  1. วางแผนและสำรวจ : สรุปความต้องการด้านพื้นที่ใช้สอย และงบประมาณ พร้อมส่งวิศวกรสำรวจหน้างาน เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม และกำหนดกรอบเวลา

  2. ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม : ทำแบบแปลนโครงสร้าง และภาพจำลอง 3D พร้อมวางระบบประกอบอาคาร ทั้งไฟฟ้า ประปา ปรับอากาศ และระบบความปลอดภัย ตามมาตรฐาน

  3. ประเมินราคาและจัดซื้อ : ถอดแบบทำเอกสาร BOQ อย่างละเอียด เพื่อล็อคงบประมาณคงที่ พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์ผ่านเครือซัพพลายเออร์ให้ตรงตามสเปค

  4. ดำเนินเรื่องกฎหมายและขออนุมัติ : เป็นตัวแทนยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร และใบอนุญาตเฉพาะทาง เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน กับหน่วยงานราชการอย่างถูกต้อง

  5. ก่อสร้างและบริหารโครงการ : ลงพื้นที่ก่อสร้าง และตกแต่งภายในเต็มรูปแบบ คุมงานโดย Project Manager เพื่อคุมเวลา มาตรฐานความปลอดภัย และรายงานความคืบหน้าให้ผู้บริหารทราบอย่างสม่ำเสมอ

  6. ตรวจสอบคุณภาพ และทดสอบระบบ : ทีมวิศวกรตรวจงวดงานอย่างเข้มงวด พร้อมรันระบบทดสอบการใช้งานจริง ทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องกล และระบบป้องกันอัคคีภัย ก่อนส่งมอบ

  7. ส่งมอบงาน และการรับประกัน : ส่งมอบกุญแจ และอาคารที่พร้อมใช้งาน ควบคู่กับแบบแปลนก่อสร้างจริง คู่มือบำรุงรักษา และเอกสารรับประกันคุณภาพผลงาน


ข้อดีของการทำสัญญา Turnkey ที่ตอบโจทย์การก่อสร้างยุคใหม่

  • ควบคุมงบประมาณ ป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลาย : การทำสัญญาแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) มีการจัดทำใบประเมินราคา BOQ อย่างละเอียดชัดเจน ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ทำให้เจ้าของธุรกิจทราบยอดการลงทุนสุทธิที่แน่นอน ขจัดความเสี่ยงเรื่องงบประมาณแอบแฝง หรือต้นทุนทับซ้อน ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผน และบริหารจัดการกระแสเงินสดล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ประหยัดเวลาด้วยจุดประสานงานเดียว : ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยมีผู้รับเหมาหลักเพียงรายเดียว ทำหน้าที่บริหารจัดการทุกมิติ ทั้งงานออกแบบ ยื่นเอกสารราชการ และควบคุมหน้างาน เจ้าของโครงการ จึงไม่ต้องเสียเวลาประสานงาน กับซัพพลายเออร์ หรือผู้รับเหมาช่วงหลายกลุ่ม ช่วยให้โปรเจกต์ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และส่งมอบตามไทม์ไลน์

  • รับประกันผลงานตามมาตรฐาน บริหารความเสี่ยงเบ็ดเสร็จ : โครงสร้าง และสถาปัตยกรรมถูกขับเคลื่อนโดยทีมวิศวกร และสถาปนิกมืออาชีพ การรวมความรับผิดชอบไว้ที่ผู้ให้บริการรายเดียว ช่วยตัดปัญหาความขัดแย้งระหว่างทีมออกแบบ และทีมช่าง ป้องกันการลดสเปควัสดุ และการันตีว่าโครงการจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสมบูรณ์

  • ส่งมอบพร้อมใช้งาน ควบคู่บริการหลังการขายระยะยาว : โครงการจะถูกส่งมอบในสภาพที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้ผู้บริหารเปิดดำเนินกิจการ หรือเดินเครื่องจักรได้ทันที มาพร้อมเงื่อนไขการรับประกัน และบริการหลังการขายที่ชัดเจน หากระบบปฏิบัติการภายในอาคารเกิดข้อขัดข้อง สามารถติดต่อผู้รับเหมาหลัก เพื่อเข้าแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว


การรับเหมาแบบ Turnkey เหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง ?

รูปแบบสัญญาเทิร์นคีย์ (Turnkey) ออกแบบมาเพื่อกลุ่มธุรกิจ ที่เน้นความเร็วในการขยายตัว คุมงบประมาณคงที่ และงานระบบวิศวกรรมเฉพาะทาง 4 กลุ่มหลัก

  1. โรงงานและคลังสินค้า : รองรับงานวิศวกรรมขั้นสูง โครงสร้างรับน้ำหนักเครื่องจักรหนัก, ไฟฟ้าแรงสูง, ระบบระบายอากาศอุตสาหกรรม และการเดินเรื่องใบอนุญาต ร.ง. 4 เพื่อล็อคงบประมาณ และเปิดสายการผลิตตามกำหนด

  2. อาคารสำนักงานและโฮมออฟฟิศ : ควบรวมงานออกแบบสถาปัตยกรรม จัดสรรพื้นที่ใช้สอย และระบบเครือข่ายไอที ครบวงจร เพื่อให้พร้อมย้ายเข้าทำงานทันที หลังส่งมอบ

  3. แฟรนไชส์และร้านอาหาร : เน้นความเร็วในการขยายสาขา ควบคุมงานตกแต่งภายใน ตามมาตรฐานแบรนด์อย่างแม่นยำ เพื่อร่นเวลาเปิดหน้าร้านให้เร็วที่สุด

  4. คลินิกและสถานพยาบาล : ควบคุมงานโครงสร้างตามกฎหมาย และมาตรฐานสาธารณสุขเข้มงวด ห้องปลอดเชื้อ ระบบปรับอากาศแรงดันลบ พร้อมบริการยื่นใบอนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาล


ข้อแตกต่างระหว่าง Turnkey กับการจ้างผู้รับเหมาทั่วไป

หัวข้อการเปรียบเทียบ

สัญญาจ้างแบบ Turnkey

สัญญาจ้างผู้รับเหมาทั่วไป

การประสานงาน และดูแลงาน

บริหารจัดการผ่าน Project Manager รายเดียว ควบคุมงานแทนเจ้าของโครงการทั้งหมด

เจ้าของโครงการต้องประสานงานแยกส่วน กับสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาหลายกลุ่มด้วยตัวเอง

การควบคุมงบประมาณ

ล็อคงบประมาณคงที่ ตามสัญญา BOQ ชัดเจนตั้งแต่แรก ป้องกันงบบานปลาย

ความเสี่ยงสูงเรื่องงบประมาณบานปลาย จากราคาวัสดุผันผวน และค่าใช้จ่ายแผง

การขออนุญาตก่อสร้าง

ผู้รับเหมาหลักเป็นตัวแทนดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตควบคุมอาคาร และเอกสารราชการทั้งหมด

เจ้าของโครงการต้องจัดเตรียมเอกสาร และติดต่อประสานงานหน่วยงานราชการด้วยตัวเอง

ระยะเวลาดำเนินการ

ควบคุมไทม์ไลน์ได้แม่นยำ ทีมออกแบบ และทีมก่อสร้างทำงานประสานกันแบบคู่ขนาน

เสี่ยงโครงการล่าช้าจากปัญหารอยต่อระหว่างแบบแปลน กับหน้างานจริง และการประสานงานระหว่างทีม

การรับประกัน (Warranty)

ติดต่อผู้รับเหมาหลักรายเดียว รับประกันโครงสร้าง และระบบพร้อมเข้าซ่อมบำรุงทันที

ติดตามตัวยาก มักเกิดการปฏิเสธความรับผิดชอบระหว่างผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาหน้างาน

ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ

บริหารงานรูปแบบนิติบุคคล มีสัญญารองรับชัดเจน ความน่าเชื่อถือระดับองค์กร

ความเสี่ยงสูง หากผู้รับเหมาขาดสภาพคล่องทางการเงินระหว่างดำเนินโครงการ

บริการรับเหมาก่อสร้าง และตกแต่งภายในรูปแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) จาก AESCON คือ โซลูชันเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรในการควบรวมงานออกแบบวิศวกรรม การควบคุมงบประมาณ การดำเนินการทางกฎหมาย และการก่อสร้างหน้างาน ไว้ที่ผู้รับเหมาหลักเพียงรายเดียว ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ต้องแข่งขันกับเวลา การทำสัญญาเทิร์นคีย์ จึงไม่ใช่แค่การจ้างเหมาทั่วไป แต่เป็นการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง ล็อคต้นทุนโครงการให้คงที่ และการันตีการส่งมอบอาคาร หรือโรงงาน ที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดดำเนินกิจการได้ทันที ตรงตามเป้าหมายของธุรกิจ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรูปแบบสัญญา Turnkey

Q : สัญญาจ้างแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) คืออะไร ?

A : รูปแบบการว่าจ้างรับเหมาก่อสร้างเบ็ดเสร็จ โดยมีผู้รับเหมาหลักรายเดียว ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ยื่นเอกสารสิทธิควบคุมอาคาร จัดหาวัสดุอุปกรณ์ และดำเนินงานก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์


Q : สัญญาเทิร์นคีย์ (Turnkey) ช่วยควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้จริงไหม ?

A : ล็อคงบได้จริง เนื่องจากมีการจัดทำเอกสารประเมินราคา BOQ สรุปยอดรวมค่าใช้จ่ายสุทธิคงที่ชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ผู้รับเหมาจะเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงเรื่องราคาวัสดุ และค่าแรงที่ผันผวนทั้งหมด เจ้าของโครงการจะจ่ายตามยอด ที่ระบุในสัญญาเท่านั้น


Q : การจ้างเหมาสัญญา Turnkey ช่วยให้โครงการเสร็จเร็วกว่าปกติได้อย่างไร ?

A : เนื่องจากใช้การบริหารงานแบบจุดประสานงานเดียว ทำให้ทีมออกแบบ และทีมช่าง สามารถทำงานประสานกันแบบคู่ขนานได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้แบบแปลนทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ เหมือนระบบทั่วไป ช่วยร่นเวลาโครงการ และตัดปัญหาการเกี่ยงงานระหว่างทีม


Q : สัญญา Turnkey เหมาะกับโครงการก่อสร้างประเภทใดมากที่สุด ?

A : เหมาะกับโครงการระดับองค์กร ที่เน้นความเร็วในการขยายตัว และต้องการควบคุมต้นทุนคงที่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน คลินิก หรือสถานพยาบาล และธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ต้องการควบคุมมาตรฐานโครงสร้าง และดีไซน์ให้ตรงตามมาตรฐานแบรนด์อย่างแม่นยำ


Q : เจ้าของโครงการยังมีสิทธิเลือกแบรนด์วัสดุ หรือขอปรับเปลี่ยนแบบระหว่างทางได้ไหม ?

A : เลือกได้ตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญา โดยต้องระบุแบรนด์ สเปค หรือเกรดของวัสดุอุปกรณ์ ที่ต้องการลงในตารางอนุมัติให้ชัดเจน ก่อนเริ่มงาน หากมีการสั่งแก้ไขแบบเพื่อเพิ่มเนื้องานในภายหลัง จะต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติเอกสารงาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อกรอบเวลา และราคาสัญญาคงเดิม

 
 
  • f207045d96c258fed664305f0ac2c5bd-telephone-handset-blue-icon
  • pngegg
  • Line

ติดต่อเรา

นวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อธุรกิจ

Head Office

AESCON
ที่อยู่ : 111 หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อวิน 
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230

โทร : 038-337-310
อีเมล: info@aescon.co.th

bottom of page