เทิร์นคีย์ (Turnkey) คืออะไร ข้อดีสัญญา เข้าใจง่าย | AESCON
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของโลกธุรกิจในประเทศไทย การขยายกิจการสร้างโรงงาน อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่พาณิชย์แห่งใหม่ ล้วนต้องแข่งกับเวลา และควบคุมต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้การใช้ระบบ Turnkey Project เป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับการรับเหมาก่อสร้าง และตกแต่งภายในแบบครบวงจร One-Stop Service ที่บริษัทผู้ให้บริการจะทำหน้าที่ เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการโครงการแบบเบ็ดเสร็จ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ การดำเนินการยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย การจัดหาวัสดุ ตลอดจนควบคุมงานก่อสร้างให้ได้มาตรฐานระดับสากล รูปแบบบริการนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า งบประมาณบานปลาย และลดภาระความยุ่งยากในการประสานงาน กับซัพพลายเออร์หลายราย ช่วยให้เจ้าของธุรกิจ และนักลงทุน สามารถนำเวลาอันมีค่าไปโฟกัส กับการขับเคลื่อนกิจการหลักได้อย่างเต็มที่ เมื่อโครงการเสร็จ องค์ของคุณ ก็พร้อมไขกุญแจเดินเครื่องธุรกิจ และสร้างผลกำไรได้ทันที

เทิร์นคีย์ (Turnkey) คืออะไร ?
เทิร์นคีย์ (Turnkey) คือ บริการรับเหมาก่อสร้าง และตกแต่งภายในแบบครบในที่เดียว One-Stop Service โดยบริษัทผู้รับเหมาจะเป็นผู้ดูแลครอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม ประเมินงบประมาณ จัดหาวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงการควบคุมงานจนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจุดเด่นสำคัญของการทำสัญญาแบบ Turnkey จะช่วยให้เจ้าของโครงการลดความยุ่งยาก ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อช่างหลายทีม หมดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน และสามารถจำกัดค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้ เพราะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารจัดการให้ทุกขั้นตอน เมื่อโครงการส่งมอบ คุณก็แค่บิดกุญแจเปิดประตูเข้าอยู่อาศัย หรือดำเนินธุรกิจได้ทันที นับเป็นทางเลือกการสร้างบ้าน และอาคารพาณิชย์ยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ที่ต้องการความสะดวก คุ้มค่าเวลา และได้ผลงานคุณภาพตรงปกมากที่สุด
เจาะลึกขอบเขตงาน Turnkey ระดับองค์กร
สำหรับผู้ประกอบการ และลูกค้าองค์กร ที่กำลังพิจารณาเลือกใช้โซลูชันรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร และต้องการทราบว่าขอบเขตหน้าที่ของบริการ Turnkey นั้นครอบคลุมกระบวนการทำงานใดบ้าง เราได้สรุปรายละเอียดขั้นตอนการทำงานของระบบ Turnkey Project ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการวางแผนไปจนถึงการส่งมอบโครงการที่สมบูรณ์ แบบรวบรวมไว้ให้เข้าใจง่าย ๆ ในที่เดียว เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ เห็นภาพรวมของการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ที่สามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการโปรเจกต์ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายกิจการของคุณได้
การให้คำปรึกษา และวางแผนโครงการ (Consultation & Project Planning) จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการทำโปรเจกต์ Turnkey จะเป็นการหารือร่วมกับเจ้าของธุรกิจ เพื่อเจาะลึกทุกความต้องการอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งฟังก์ชันการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย การสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ และการควบคุมงบประมาณก่อสร้าง ลำดับถัดมาทีมผู้เชี่ยวชาญ จะลงพื้นที่สำรวจไซต์งานจริง เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมรอบด้าน พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบ ที่ตอบโจทย์ และประเมินกรอบเวลาดำเนินการในเบื้องต้น ขั้นตอนนี้จึงเปรียบเสมือนการวางรากฐาน ที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ลูกค้าองค์กร สามารถมองเห็นภาพรวม ทิศทาง และความคุ้มค่าของโครงการได้อย่างชัดเจน ก่อนก้าวเข้าสู่กระบวนการถัดไป
การออกแบบสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม (Design & Engineering) หลังจากการกำหนดทิศทางโครงการร่วมกันอย่างชัดเจน ผู้ให้บริการ Turnkey จะเข้าสู่กระบวนการรังสรรค์งานออกแบบโครงสร้าง และสถาปัตยกรรม โดยมีการนำเสนอผ่านภาพจำลอง 3D Perspective เพื่อให้ลูกค้าองค์กร สามารถมองเห็นภาพพื้นที่เสมือนจริงได้ ก่อนตัดสินใจ ควบคู่ไปกับการวางแผนระบบประกอบอาคาร ซึ่งครอบคลุมทั้งงานไฟฟ้า งานประปา ระบบปรับอากาศ และการวางระบบความปลอดภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมระดับอุตสาหกรรม โดยทีมงานจะทำการหารือ และปรับแก้รายละเอียดทุกจุดร่วม กับเจ้าของธุรกิจอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งได้บทสรุปออกมาเป็นแบบก่อสร้าง ที่มีความสมบูรณ์แบบ แม่นยำ และพร้อมสำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง
การประเมินราคา และจัดหาวัสดุ (Cost Estimation & Procurement) การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการถอดแบบก่อสร้าง เพื่อจัดทำเอกสารแสดงปริมาณงาน และราคา มีความละเอียด โปร่งใสในทุกรายการ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าองค์กร สามารถควบคุมงบประมาณก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ และหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายบานปลาย หลังจากสรุปงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ผู้ให้บริการจะรับหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดหาวัสดุก่อสร้าง คัดสรรอุปกรณ์ตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด โดยเป็นตัวแทนเจรจา ประสานงานกับเครือข่ายซัพพลายเออร์โดยตรง เพื่อรับประกันว่าโปรเจกต์ของคุณ จะได้รับวัสดุที่มีคุณภาพสูง ได้มาตรฐานระดับสากล และตรงตามสเปคงานออกแบบที่กำหนดไว้
การดำเนินการด้านกฎหมาย และขออนุญาต (Permitting & Approvals) เพื่ออำนวยความสะดวก และลดภาระขั้นตอน ที่ซับซ้อน ให้กับลูกค้าองค์กร บริษัทผู้ให้บริการรับเหมาแบบ Turnkey จะรับหน้าที่เป็นตัวแทนดำเนินการด้านกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ อย่างครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาดูแลตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสารสำคัญ ไปจนถึงการประสานงานยื่นขออนุญาต กับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ครอบคลุมทั้งการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การขออนุญาตดัดแปลงโครงสร้าง รวมถึงการขอใบอนุญาตเฉพาะทางสำหรับธุรกิจ เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริหารประหยัดเวลา ในการติดต่อราชการ แต่ยังเป็นการการันตีว่าทุกองค์ประกอบของโครงการดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันความเสี่ยงจากการถูกระงับงานก่อสร้าง
การก่อสร้าง และบริหารจัดการโครงการ (Construction & Project Management) เมื่อผ่านการอนุมัติทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย บริการรับเหมาแบบ Turnkey จะเคลื่อนเข้าสู่ขั้นตอนการลงพื้นที่ก่อสร้าง และตกแต่งภายในตามแบบแปลน ที่สรุปไว้อย่างเต็มรูปแบบ การมีผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล และบริหารจัดการไซต์งานแบบเจาะลึกทุกมิติ ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมทีมช่างฝีมือ และผู้รับจ้างช่วง ให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการคุมเข้มมาตรการความปลอดภัย ระดับสูงสุดในพื้นที่หน้างาน ยังมุ่งเน้นการบริหารเวลา เพื่อผลักดันให้โปรเจกต์ก้าวหน้า และเสร็จตรงตามกำหนดการอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีระบบการจัดทำรายงานอัปเดตสถานะการก่อสร้าง ส่งตรงถึงมือเจ้าของธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าองค์กรมั่นใจได้ในทุกความเคลื่อนไหว และคุณภาพงานตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
การตรวจสอบคุณภาพ และทดสอบระบบ (Quality Control & Commissioning) ตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กร ความเชื่อมั่นในมาตรฐานของผลงาน โดยตลอดกระบวนการก่อสร้างไปจนถึงเฟสสุดท้าย จะมีทีมสถาปนิก และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ดำเนินการประเมินคุณภาพงานอย่างเข้มข้น ในทุกงวดการส่งมอบ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด และรักษามาตรฐานระดับสูง นอกจากนี้บริการยังครอบคลุมถึงขั้นตอนการรันระบบ เพื่อทดสอบการทำงานจริงของโครงสร้างพื้นฐาน และระบบประกอบอาคารแบบรอบด้าน ทั้งระบบจัดการไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ การป้องกันอัคคีภัย ไปจนถึงเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นการการันตีให้เจ้าของธุรกิจมั่นใจ ว่าทุกระบบปฏิบัติการมีความเสถียรภาพ ปลอดภัย และพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานอาคาร หรือโรงงานได้
การส่งมอบงาน และการดูแลหลังการขาย (Project Handover & Warranty) กระบวนการส่งมอบพื้นที่ โดยผู้ให้บริการจะจัดการทำความสะอาด และจัดเตรียมสภาพแวดล้อมหน้างานให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ สามารถรับมอบกุญแจ และเดินหน้าขับเคลื่อนกิจการต่อได้ทันที โดยไม่มีสะดุด นอกเหนือจากตัวอาคารแล้ว ชุดข้อมูลของโครงการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลน ที่สะท้อนการก่อสร้างจริง รวมถึงเอกสารแนวทางการบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการภายในอาคาร จุดเด่นของการใช้บริการรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จ มีความอุ่นใจในระยะยาว ด้วยเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพผลงาน และบริการหลังการขาย ที่จะคอยให้ความช่วยเหลือ ตรวจเช็ค และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ตามข้อตกลงในสัญญา เพื่อให้การลงทุนของคุณ คุ้มค่า และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจได้
ข้อดีของการทำสัญญา Turnkey ที่ตอบโจทย์การก่อสร้างยุคใหม่
การควบคุมงบประมาณ และป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลาย การทำสัญญาแบบ Turnkey ตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กรมากที่สุด ด้วยความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างรัดกุม โดยผู้ให้บริการรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จ จะจัดทำใบประเมินราคาก่อสร้างอย่างละเอียด ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ทำให้เจ้าของธุรกิจทราบตัวเลขการลงทุนสุทธิชัดเจน จึงช่วยขจัดความเสี่ยงเรื่องงบแอบแฝง หรือค่าแรงทับซ้อน จากการจ้างซัพพลายเออร์หลายทอดได้ ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดล่วงหน้าได้
การประหยัดเวลา และลดความยุ่งยาก ด้วยจุดประสานงานเดียว (Single Point of Contact) การตัดปัญหาความยุ่งยาก และลดขั้นตอนที่ซับซ้อนได้ โดยผู้ให้บริการรับเหมาแบบครบวงจร จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์หลักเพียงรายเดียว ที่คอยจัดการให้ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบสถาปัตยกรรม การเดินเรื่องเอกสารราชการ ไปจนถึงการควบคุมหน้าไซต์งานก่อสร้าง โมเดลการทำงานลักษณะนี้ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องเสียเวลาไปดีลกับซัพพลายเออร์ หรือผู้รับเหมาช่วงหลายกลุ่มให้ปวดหัว เมื่อการบริหารงานถูกรวมศูนย์ โปรเจกต์จึงขับเคลื่อนได้ และส่งมอบงานได้ตรงตามไทม์ไลน์ ช่วยคืนเวลาอันมีค่าให้ผู้บริหาร สามารถนำไปโฟกัสกับการพัฒนาธุรกิจหลัก เพื่อสร้างผลกำไรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การรับประกันผลงานที่ได้มาตรฐาน และปิดตายความเสี่ยงผู้รับเหมาทิ้งงาน การยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมให้ได้ตรงสเปคตามที่ตกลงกันไว้ เพราะรูปแบบบริการรับเหมาครบวงจรนี้ จะถูกขับเคลื่อนโดยทีมวิศวกร สถาปนิก และผู้จัดการโครงการมืออาชีพ ที่คอยประเมินคุณภาพงานอย่างเข้มงวดในทุกมิติ การควบรวมความรับผิดชอบทั้งหมดไว้ ที่ผู้ให้บริการหลักเพียงรายเดียว ยังช่วยทลายปัญหาคลาสสิก อย่างการเกี่ยงความผิดระหว่างทีมช่าง ป้องกันการลักไก่ลดสเปควัสดุ เป็นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง ช่วยให้ลูกค้าองค์กรมั่นใจเกิน 100% ว่าโปรเจกต์จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จลุล่วง โดยไม่ต้องเผชิญกับฝันร้ายเรื่องช่างทิ้งงานกลางคัน
ส่งมอบโครงการพร้อมใช้งานทันที และอุ่นใจด้วยบริการหลังการขาย สร้างความประทับใจ และตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรสูงสุด ความคล่องตัวในขั้นตอนการรับมอบพื้นที่ เพราะคุณจะได้ครอบครองอาคารสำนักงาน โรงงาน หรือพื้นที่พาณิชย์ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมให้คุณไขกุญแจเดินเครื่องดำเนินธุรกิจได้ทันที ไม่มีสะดุด นอกเหนือจากผลงานก่อสร้างที่ได้มาตรฐานแล้ว โซลูชันรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จนี้ ยังมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพผลงาน และเงื่อนไขการดูแลหลังการขาย ที่ครอบคลุม และชัดเจน หากระบบปฏิบัติการ หรือโครงสร้างเกิดข้อขัดข้อง หลังจากการเปิดใช้งาน เจ้าของธุรกิจ ก็สามารถต่อสายตรง แจ้งผู้ให้บริการหลักให้เข้ามาดูแล และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการลงทุน ที่มอบความคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความอุ่นใจในการบริหารธุรกิจระยะยาวได้
การรับเหมาแบบ Turnkey เหมาะกับธุรกิจแบบไหน ?
กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โรงงาน และคลังสินค้า (Factories & Warehouses) สำหรับโปรเจกต์รับเหมาก่อสร้างโรงงาน หรือโกดัง ที่ต้องอาศัยมาตรฐานทางวิศวกรรมเฉพาะทาง บริการแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) ถือเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ และคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมา จะเข้ามาดูแลโครงการให้แบบครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การเขียนแบบโครงสร้างให้สอดรับกับการรับน้ำหนักของเครื่องจักร การวางผังระบบประกอบอาคาร ที่มีความซับซ้อนอย่างระบบไฟฟ้าแรงสูง และระบบระบายอากาศ ตลอดจนรับหน้าที่เดินเรื่องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน แทนเจ้าของธุรกิจทั้งหมด รูปแบบการบริหารจัดการที่รวมศูนย์นี้ จึงช่วยให้นักลงทุน และผู้ประกอบการ สามารถล็อคเป้างบประมาณได้ ปิดข้อบกพร่องเรื่องความล่าช้า และการันตีได้ว่าโรงงาน จะพร้อมเดินสายการผลิตได้ทันที ตามกำหนดเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาจุกจิกหน้าไซต์งานด้วยตนเอง
กลุ่มโครงการอาคารสำนักงาน และโฮมออฟฟิศ (Corporate Offices & Home Offices) เมื่อองค์กรถึงจุดที่ต้องการขยายสเกลธุรกิจ การเลือกใช้บริการรับเหมาก่อสร้าง และตกแต่งภายในแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) เพื่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ หรือโฮมออฟฟิศ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะทีมผู้รับเหมาแบบเบ็ดเสร็จ จะเข้ามาช่วยเนรมิตพื้นที่ทำงานให้สะท้อนตัวตน และภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ ผ่านงานออกแบบสถาปัตยกรรม ที่ผสานความโดดเด่น เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการจัด Layout โซนปฏิบัติงาน ห้องประชุม หรือพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการติดตั้งโครงสร้างระบบเครือข่ายเทคโนโลยีพื้นฐานอย่างครบวงจร เมื่อโปรเจกต์ถูกส่งมอบ ทีมงานของคุณ ก็พร้อมยกอุปกรณ์เข้ามานั่งทำงาน และเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจได้ทันที โดยไม่เสียจังหวะ
กลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ คาเฟ่ และร้านอาหาร (Franchises, Cafes & Restaurants) การเลือกทำสัญญาแบบเบ็ดเสร็จนี้ จะช่วยปลดล็อคภาระให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเหนื่อยล้า กับการคุมไซต์งาน หรือตระเวนจัดหาเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง โดยทีมผู้รับเหมามืออาชีพ จะรับหน้าที่บริการจัดการงานก่อสร้าง และตกแต่งภายในให้ตรงตามสเปค และอัตลักษณ์แบรนด์ ที่กำหนดไว้ทุกระเบียดนิ้ว โซลูชันนี้จึงช่วยร่นระยะเวลาการเตรียมหน้างานได้ ทำให้เจ้าของกิจการ สามารถเร่งเปิดหน้าร้าน เพื่อต้อนรับลูกค้า สร้างกระแสเงินสด หมุนเวียนกลับเข้าสู่ธุรกิจ และกอบโกยผลกำไรได้อย่างรวดเร็วทันใจ
กลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรม และสถานพยาบาล (Clinics & Healthcare Facilities) การก่อสร้างสถานพยาบาล เป็นโปรเจกต์ต้องเผชิญกับข้อบังคับทางกฎหมาย และมาตรฐานสุขอนามัย ที่ละเอียดอ่อนขั้นสุด การเลือกใช้บริการรับเหมาก่อสร้าง และตกแต่งภายในแบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นความเสี่ยงได้อย่างตรงจุด โดยทีมผู้รับเหมาแบบครบวงจร ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะเข้ามาดูแลให้ครอบคลุม ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม ที่รองรับฟังก์ชันทางการแพทย์ เช่น การจัด Layout โซนปลอดเชื้อ หรือการติดตั้งระบบระบายอากาศ ที่ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการเป็นตัวแทนประสานงาน เดินเรื่องยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานพยาบาล ตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง โซลูชันสุดเบ็ดเสร็จนี้ จะช่วยแบ่งเบาภาระความปวดหัวให้กับทีมแพทย์ และนักลงทุนได้ การันตีได้ว่าคลินิกของคุณ จะพร้อมเปิดให้บริการดูแลคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และผ่านมาตรฐานการประเมินของหน่วยงานรัฐทุกขั้นตอนแบบ 100%
ข้อแตกต่างระหว่าง Turnkey กับการจ้างผู้รับเหมาทั่วไป
หัวข้อการเปรียบเทียบ | สัญญาจ้างแบบ Turnkey | สัญญาจ้างผู้รับเหมาทั่วไป |
|---|---|---|
การประสานงาน และดูแลงาน | มีผู้จัดการโครงการคนเดียว ดูแลให้ทั้งหมด เจ้าของไม่ต้องคุมเอง | เจ้าของต้องเหนื่อยประสานงาน กับช่าง สถาปนิก และวิศวกรแต่ละทีมด้วยตัวเอง |
การควบคุมงบประมาณ | คุมงบประมาณได้ 100% สรุปราคาชัดเจนตั้งแต่แรก หมดปัญหางบบานปลาย | เสี่ยงงบบานปลาย มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ค่าวัสดุเพิ่ม หรือช่างเบิกเงินล่วงหน้า |
การขออนุญาตก่อสร้าง | ตัวแทนเดินเรื่องเอกสารราชการ และใบอนุญาตให้ทั้งหมด | เจ้าของโครงการต้องเสียเวลาเตรียมเอกสาร และไปติดต่อราชการเอง |
ระยะเวลาดำเนินการ | งานเสร็จตามกำหนด ทีมงานออกแบบ และก่อสร้าง ทำงานสอดคล้องกันเป็นระบบ | เสี่ยงล่าช้า งานอาจสะดุด ช่วงรอยต่อระหว่างช่างแต่ละทีม หรือแบบไม่ตรงหน้างานจริง |
การรับประกัน (Warranty) | หากมีปัญหา ติดต่อบริษัทหลักให้แก้ไขได้ทันที ไม่มีการปัดความรับผิดชอบ | เมื่อเกิดปัญหา ตามตัวยาก ช่างแต่ละทีมมักเกี่ยงความผิดกันเอง ซ่อมแซมล่าช้า |
ความเสี่ยงช่างทิ้งงาน | ดำเนินงานในรูปแบบบริษัท มีสัญญาชัดเจน เป็นมืออาชีพ และเชื่อถือได้ | หากไม่ได้คัดกรอง อาจจะเจอผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง แล้วทิ้งงาน |
บริการรับเหมาก่อสร้าง และการตกแต่งภายในแบบ Turnkey จากทีมงาน AESCON ที่เข้ามาแก้ปัญหาของคนไทย และกลุ่มธุรกิจได้อย่างตรงจุด ด้วยการรวมศูนย์การบริหารจัดการไว้ที่เราเพียงเจ้าเดียวแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ คุมงบประมาณ ดำเนินการทางกฎหมายไปจนถึงควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ทุกธุรกิจต้องแข่งกับเวลา การเลือกทำสัญญาแบบเบ็ดเสร็จ จึงไม่ใช่แค่การจ้างรับเหมาทั่วไป แต่เป็นการลงทุนเพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงาน และป้องกันงบบานปลาย ช่วยให้เจ้าของโครงการประหยัดเวลา ซื้อความอุ่นใจ และเตรียมตัวไขกุญแจเข้าใช้พื้นที่ได้ตรงตามเป้าหมาย





